ปลาทอง

ปลาทอง ที่คนส่วนใหญ่นิยมเลี้ยง ถือว่าเป็นโชค

ปลาทอง มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีนและญี่ปุ่น และต่อมาได้ถูกนำไปเลี้ยงในยุโรปเมื่อศตวรรษที่ 17
ในที่สุดก็ถูกนำไปเผยแพร่ในประเทศอเมริกา ในศตวรรษที่ 19 ชาวจีนและชาวญี่ปุ่นรู้จักผสมพันธ์ปลาทองมานานแล้ว

และได้ปลาทองลูกผสมที่มีความน่าสนใจ มีสีหลากหลายตั้งแต่สีแดง สีทอง สีส้ม สีเทา สีดำและสีขาว
แม้กระทั่งปลาทองสารพัดสีในตัวเดียวกัน

ปลาทองมีชีวิตอยู่ได้ตามแหล่งธรรมชาติทั่วไป จนมีชาวจีนบางคน ได้จับมาเลี้ยงตามบ่อน้ำ เพราะมันดูน่าตาสวยดี
มีสีสันที่ดูแล้วแปลกตา

มันสร้างความเพลิดเพลินใจได้เป็นอย่างดี จากนั้นก็เลี้ยงสืบต่อกันมาเรื่อย ๆ ทำให้มีการ แปรผันผันแปร
และพัฒนาพันธุ์เรื่อยมา ประกอบกับความนิยมเลี้ยงที่มีมากขึ้นเรื่อย ๆ

ทำให้ปลาทองที่เลี้ยงมีรูปร่างหน้าตาเปลี่ยนแปรงไป เช่น เมื่อก่อน ปลาทองจะหาอาหารตามบ่อน้ำธรรมชาติเพื่อเลี้ยงชีวิตของมันเอง
ซึ่งต้องออกเรี่ยวออกแรงไขมันส่วนเกินก็ไม่มีหุ่นก็เพรียวลม

หลังจากที่ได้ย้ายมาอยู่ตามบ่อเลี้ยง อาหารปลาก็ถูกนำมาเสริฟกันถึงขอบบ่อ แถมเสริฟเป็นเวลาซะด้วย
ทำให้ปลาทองบางตัวพุงป่องดูอ้วนตุ้ยนุ้ย

ปลาทองถูกมนุษย์เลี้ยงมาตั้งแต่อดีต ประมาณ พ.ศ. 1161-1450 หรือนับเป็นพันปีมาแล้ว

ปลาทองในธรรมชาติที่ไม่ได้ถูกมนุษย์นำมาเลี้ยงนั้นก็ได้พัฒนาตัวมันเอง ทำมาหากินตามธรรมชาติ
และก็ได้สืบทอดสายพันธ์กันมาจนถึงปัจจุบัน

ก็แทบจะเป็นคนละปลาเดียวกันกับปลาทองของวันนี้เลย เพราะเมื่อพิจารณาดูจะพบว่าปลาใน ปลาตะเพียนทั้งหลาย
ต่างก็อยู่ในเทือกเขาเหล่าตระกูลเดียวกันกับปลาทอง คือ FAMILY CYYPRNDAE

ม้าน้ำ

ประวัติ ” ม้าน้ำ ” ที่มีชื่อขึ้นต้นว่า ม้า แต่ที่จริงแล้วมันคือ ปลา

ม้าน้ำ เป็นสัตว์น้ำ เป็นปลากระดูกแข็งที่อาศัยอยู่ในทะเลจำพวกหนึ่ง

1. ม้าน้ำ เป็นปลา ที่มีรูปร่างลักษณะดูแปลกตากว่าปลาชนิดอื่นๆ คือ มันมีกระดูก หรือ ก้างเป็นเกราะห่อหุ้มอยู่นอกตัวแทนเกล็ด
ส่วนหางก็มีลักษณะเหมือนสัตว์เลื้อยคลาน

2. ปกติแล้ว มันมักจะว่ายน้ำเป็นลักษณะ ขึ้น ลง มากกว่าการว่ายไปมา ข้างหน้า ข้างหลัง

3. ความยาว เฉลี่ย ประมาณ 15 เซนติเมตร แต่บางละชนิดก็จะมีขนาดเล็ก เช่น ม้าน้ำจำพวก ม้าน้ำแคระ
จะมีความยาวเพียง 2.5 เซนติเมตร เท่านั้น

4. มีการแพร่กระจายพันธุ์ในทะเล เขตอบอุ่น ทั่วโลก แล้วยังพบได้ตามแหล่งน้ำกร่อย
เช่น ตามปากแม่น้ำต่าง ๆ เช่น ปากแม่น้ำเทมส์ ในประเทศอังกฤษ

5. พวกมันกินแพลงก์ตอนและสัตว์น้ำขนาดเล็กๆเป็นอาหาร

6. พวกมันสามารถปรับเปลี่ยนสีลำตัว ให้เข้ากับสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้ เพื่อในการอำพรางตัว

7. และถือว่ามันเป็นปลาที่ว่ายน้ำช้าที่สุดในโลก โดยว่ายได้เพียงแค่ 0.06 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น

8. ในปัจจุบันพบทั้งหมด 54 ชนิด

ส่วนม้าน้ำที่พบได้ในน่านน้ำไทยมีประมาณ 6 ชนิด ได้แก่ ม้าน้ำดำ , ม้าน้ำหนาม , ม้าน้ำสามจุด , ม้าน้ำแคระ , ม้าน้ำยักษ์ หรือ ม้าน้ำใหญ่ และ ม้าน้ำหนามขอ

9. ตัวผู้จะเป็นฝ่ายอุ้มท้อง โดยจะมีอวัยวะตรงบริเวณหน้าท้องคล้ายถุง ใช้สำหรับเก็บไข่และเพื่อการฟักเป็นตัว

10. ระยะเวลาการฟักเป็นตัว ใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ หรือ 1 เดือนแล้วแต่ชนิดอีกที

11. จำนวนไข่ที่ฟักในแต่ละครั้งจะมีประมาณ 100-200 ฟอง มากที่สุดคือ 1,500 ฟอง บางชนิด

12. มีระยะเวลาการตั้งท้องในแต่ละครั้งเว้นห่าง 28-30 วัน แต่ม้าน้ำตัวผู้บางตัวเมื่อออกลูกในตอนเช้า พอถึงตอนค่ำก็สามารถอุ้มท้องใหม่ได้เลยทันที

13. เป็นสัตว์ที่ออกลูกและสามารถขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว แต่จะมีเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้นที่เจริญเติบโตจนกลายเป็นตัวเต็มวัยในเวลาต่อมา

14. เมื่อคลอด ม้าน้ำตัวผู้จะบีบกล้ามเนื้อส่วนท้อง และพ่นลูกม้าน้ำทั้งหมด ออกจากกระเป๋าหน้าท้อง

15. โดยที่ม้าน้ำมีพฤติกรรมแบบคู่เดียวตลอดทั้งชีวิต กล่าวคือ จะจับคู่อยู่กันเพียงตัวเดียว หากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมีอันเป็นไป ก็จะไม่หาคู่ใหม่…