British Shorthair

ประวัติสายพันธุ์แมว บริติชชอร์ตแฮร์ แมวสายพันธุ์เก่าแก่

บริติชชอร์ตแฮร์ British Shorthair ถือว่าเป็นแมวหน้าใหญ่ที่เป็นสายพันธุ์เก่าแก่ และได้ใจเหล่าทาสแมวทั้งหลาย ด้วยสีที่เด่นและเป็นเอกลักษณ์ของสายพันธุ์นี้คือสีบลู หรือสีเทาเข้มนั่นเอง ตัวเมียจะมีความถือตัวมากกว่าตัวผู้ แต่ภาพโดยรวมแล้วเป็นแมวที่เข้ากับทุกคนได้ดี

British Shorthair

ในอดีตนั้นเป็นแมวนักล่าที่ใช้ในการเฝ้าอาหาร เป็นแมวที่ไม่ชอบนั่งบนตัก ไม่ชอบให้อุ้ม แต่จะคอยอยู่ใกล้ ๆ แทน สามารถปล่อยให้อยู่กับเด็กและสุนัขได้ นิสัยแมวบริติชชอร์ตแฮร์ เป็นแมวที่มีความอบอุ่น สุขุม
น่ากอด รักความสงบและอิสระ…

ม้าแคระ

มาดูประวัติม้าแคระเชทแลนด์ เจ้าเตี้ยน่ารักๆ

ประวัติม้าแคระเชทแลนด์ ม้าแคระ ชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดอยู่บนเกาะเชทแลนด์ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศสกอตแลนด์ โดยพบมาตั้งแต่ยุคสำริด
คาดว่าคนที่อาศัยอยู่บนเกาะได้ทำการผสมข้ามสายพันธุ์ ระหว่างม้าพันธุ์พื้นเมืองกับม้าที่ชาวไวกิ้งที่ได้นำเข้ามา

และคาดว่าจะได้รับอิทธิพลจากม้าเซลติกของผู้ที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานเมื่อ 1000-2000 ปี ก่อนคริสตศักราช ม้าแคระเชทแลนด์นั้นมีหัวขนาดเล็ก ระหว่างตาห่างกันกว้าง
หูเล็ก ลำตัวกำยำ คอสั้นและล่ำ ขาสั้นกว่าม้าปกติที่มีขนาดเดียวกัน แผงคอและหางยาว มีขนดกหนาช่วยป้องกันอากาศที่เย็นจัด โดยปกติแล้วม้าชนิดนี้มีความสูงเพียงแค่ 28-46 นิ้ว

ม้าแคระเชทแลนด์นั้นมีความอ่อนโยน อารมณ์ดีและมีความฉลาดมากโดยธรรมชาติ บางครั้งก็ขี้เล่นและทะเล้น แต่ก็สามารถฝึกให้เป็นม้าที่ดี และกล้าหาญได้ไม่ยากเช่นกัน…

ปลากัด

ประวัติของ ” ปลากัด ” ปลาที่ขึ้นชื่อว่าเป็นปลาสวยงาม

“ ปลากัด ” ถือว่าเป็นปลาที่ใครหลายคนต่างก็รู้จักกันดีของคนไทยมาเป็นเวลาช้านาน เนื่องจากว่าปลากัดมีลักษณะพิเศษ
คือ เป็นปลานักสู้ ทรหด อดทน ซึ่งเป็นเหตุให้คนนำมา “กัดแข่งขันกัน”

แล้วก็กลายเป็นเกมกีฬาที่คนไทยนิยมเล่นกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยเฉพาะคนที่อยู่ในท้องถิ่นชนบท ว่ากันว่า
เมื่อเสร็จจากงานประจำคือ อาชีพการเกษตร ผู้คนในแต่ละชุมชนตามชนบทต่าง ๆ

และมักจะหอบหิ้วเอาปลากัดตัวเก่งของตัวเองออกมากัดแข่งขันกัน ลักษณะทั่วไปของปลากัด ปลากัดนั้นเป็นปลาพื้นเมือง
ของประเทศไทย และมีรูปร่างสวยงาม พบการแพร่กระจายทั่วไปทุกภาคของประเทศ

และสำหรับในต่างประเทศก็พบว่ามีปลากัดกระจายอยู่ทั่วไปเช่นกัน เช่น มาเลเซีย พม่า ลาว กัมพูชา และจีน เป็นต้น
ตามธรรมชาติปลากัดจะมีสีน้ำตาลขุ่น หรือสีเทาแถบเขียวมีลายตามลำตัว

ครีบและหางสั้น และมีนิสัยก้าวร้าว ตัวผู้ครีบและหางจะยาวกว่าตัวเมียเล็กน้อยและยังมีสีสันสวยงามมากกว่าตัวเมีย
อย่างเห็นได้ชัดเจน…

นกกะเต็นน้อยธรรมดา

นกกระเต็นน้อยธรรมดา Common Kingfisher

นกกะเต็นน้อยธรรมดา common kingfisher เป็นนกกระเต็น ใน 15 ประเภท
ที่เจอในประเทศไทย และมีขนาดตัวที่เล็กและน่ารัก

ความยาวจากปลายปากถึงปลายหาง ประมาณ 16-18 เซ็นติเมตร
ในขณะที่ประเภทที่ใหญ่ที่สุดอย่าง

กระเต็นขาวดำใหญ่ หรือ กะเต็นใหญ่ธรรมดา จะมีขนาดตัวได้ถึงราวๆ 41 เซ็นติเมตร

นกกะเต็นน้อยธรรมดา มีหัวและก็หน้าผากสีฟ้าอมเขียว สีสดใส มีจุดสีฟ้าอ่อนเล็ก
เป็นแนวขวางถี่ๆหลายแนว

คอสีขาว มีอกสีน้ำตาลปนแดง แก้ม และขนคลุมหูสีน้ำตาลแดง

ปีกสีฟ้าอมเขียว มีจุดสีฟ้าอ่อนตรงแนวปีก หลังและตะโพกสีฟ้าสดใสมาก
ขารวมทั้งนิ้วเท้าเล็กสีแดงสดใส

เป็นนกที่ย้ายถิ่นมาจากมีอากาศหนาวเย็นในฤดูหนาว จะเริ่มเจอเค้าในประเทศไทย
ได้ตั้งแต่ราวๆเดือนกันยายน ไปจนถึงปลายฤดูหนาว

เป็นนกที่อยู่ลำพังเพียงตัวเดียว ยกเว้นในช่วงฤดูสืบพันธุ์ การทำรังวางไข่
นกกระเต็นมักใช้จะงอยปากขุดรูริมฝั่งน้ำ

และหาหญ้ามารองเป็นพื้น วางไข่ครั้งละ 4-5 ฟอง บางประเภทบางทีอาจขุดรูไว้
สูงถึง 2-3 รู เพื่อหลอกสัตว์ผู้ล่า

ปลาปักเป้า

ประวัติที่มาของ ปลาปักเป้า ปลาหมีหนาม

ปลาปักเป้า หรือ Puffer fish เป็นปลาที่หาได้ในน้ำจืดและก็ น้ำเค็ม พบมากในประเทศที่มีอากาศร้อนและอบอุ่น
ในประเทศไทย เจอปลาปักเป้าน้ำจืดได้ตามแหล่งน้ำต่างๆ

ปลาปักเป้า จะมีสภาพ เหมือนปลา ทั่วๆไป มีหนามสั้น หรือยาวแล้วแต่ชนิด ถ้าหากว่าถูกรบกวนจะพองตัวโตขึ้น
มีรูปร่างเหมือนลูกโป่ง หรือบอลลูน 

 

ปลาปักเป้า

 

หรือเหมือนผลทุเรียนลูกกลมมีหนามแหลมสั้นหรือยาวได้อย่างชัดเจน
ทางด้านวิชาการได้แบ่งปลาปักเป้าไว้ วงศ์

ได้แก่ Tetraodontidae ลักษณะปลาปักเป้า ในวงศ์นี้ จะมีฟัน ซี่ มีผิวตัวค่อนข้างเกลี้ยง

อีกวงศ์หนึ่งเรียกว่า Diodontidae ในวงศ์นี้ มีฟัน ซี่ เหมือนจงอยปากนกแก้ว และก็มีหนามรอบตัว

เห็นได้ชัดเจนกว่าชนิดแรก ในประเทศไทย มีปลาปักเป้าทั้งชนิดที่อาศัยอยู่ในน้ำจืดและน้ำเค็ม
รวมกันประมาณราว 20 ชนิด

ปลาปักเป้าทะเลเป็นที่รู้จักดี และก็คุ้นเคยของชาวประมง หากพบเจอบนเรือลากอวน เขามักจะทำลายมันทิ้งหรือ
โยนมันกลับลง ไปในทะเล ในประเทศญี่ปุ่นเรียกปลาชนิดนี้ว่า ” fugu “

เนื้อปลาปักเป้าสดตามภัตตาคารใหญ่มีราคาสูงมากเนื่องจากคนประเทศญี่ปุ่นนิยมกินกันมาก
เนื้อปลาปักเป้าสดที่จำหน่ายจะต้อง

เตรียมโดยผู้ที่มีความชำนาญเฉพาะเป็นอย่างดี

เพื่อลดอันตรายจากพิษของปลาให้มากที่สุด โดยคนญี่ปุ่นนิยมบริโภคปลาปักเป้าโดยการทำเป็นปลาดิบ (Sushi)
จนเป็นอาหารประจำชาติประเทศญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อเป็นที่รู้จัก

เหตุผลหนึ่งที่ทำให้ เนื้อปลาปักเป้าได้รับความนิยมของชาวญี่ปุ่น ก็คือเนื้อปลามีรสชาติที่ยอดเยี่ยม หวาน กรุบ และอร่อยดี

บีเวอร์

บีเวอร์ beaver วิศกรจิ๋ว สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

บีเวอร์ (beaver) เป็นสัตว์กินพืช และเป็นสัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนม แต่จัดอยู่หมวดสัตว์ฟันแทะอีกชนิดหนึ่ง เช่นเดียวกับหนูยักษ์
พวกมันมีอยู่ด้วยกันสองสายพันธุ์คือ พันธุ์ยูเรเชียน (Eurasian beaver ชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Castor fiber)

กับพันธุ์อเมริกาเหนือ (North American beaver ชื่อทางวิทยาศาสตร์ก็คือ Castor Canadensis) ถึงแม้มันจะมีขนาดและรูปร่างหน้าตา
ที่คล้ายคลึงกัน แต่ทั้งสองสายพันธุ์ได้แยกขาดจากกันตั้งแต่เมื่อ 24,000 ปีที่แล้ว

พวกมันจึงไม่สามารถผสมพันธุ์กันได้ บีเวอร์มีขนาดตัวที่ใหญ่ ถ้าตัวโตเต็มวัยจะมีขนาดใหญ่พอ ๆ กับเด็กที่มีอายุประมาณ 8 ขวบเห็นจะได้
ตัวผู้สามารถมีน้ำหนักได้มากกว่า 25 กก. แต่ในส่วนของตัวเมียอาจมีขนาดใหญ่กว่าตัวผู้ในช่วงอายุเท่ากัน

นอกจากนี้บีเวอร์ ยังมีอายุที่ยืนยาวได้ถึง 24 ปี พวกมันยังมีอีกสายพันธุ์หนึ่งในอดีตคือสายพันธุ์บีเวอร์ยักษ์
(Giant fifa beaver ชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Castor ohioensis) แต่ได้สูญพันธุ์ไปแล้ว เมื่อประมาณ 10,000 ปีก่อน

บีเวอร์ในวัฒนธรรมของต่างประเทศนั้น มีความเกี่ยวข้องกับความขยัน ความหมั่นเพียรและทักษะในการก่อสร้าง
ในคำกริยาภาษาอังกฤษ beaver หมายถึงคนที่ทำงานหนักและทำงานอย่างต่อเนื่อง

บีเวอร์

ด้วยเหตุนี้เองจึงมีการนำบีเวอร์มาใช้เป็นสัญลักษณ์ต่าง ๆ มากมาย ทั้งในองค์กรภาครัฐและเอกชน สถานศึกษาต่าง และการกีฬา เป็นต้น…

ค้างคาว

ค้างคาว เป็น สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ชนิดเดียวที่บินได้ !!!

ค้างคาว เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมในอันดับ Chiroptera และเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ชนิดเดียวที่บินได้
ค้างคาวขนาดเล็กที่สุด คือ ค้างคาวคุณกิตติ

ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กที่สุดด้วย มีลำตัวที่ยาวเพียงแค่ 29–34 มิลลิเมตร
เมื่อกางปีกออกมีความยาว 15 เซนติเมตร

และหนัก 2–2.9 กรัม ค้างคาวขนาดใหญ่ที่สุด คือ ค้างคาวในสกุล Pteropus และ Acerodon jubatus
ซึ่งหนักได้ถึง 1.6 กก. และมีความยาวตลอดปีกที่ 1.7 เมตร

ค้างคาวได้รับการจำแนกออกเป็นสองอันดับย่อยโดยดั้งเดิม ได้แก่ ค้างคาวกินผลไม้ที่เป็นส่วนใหญ่
และค้างคาวกินแมลงที่สามารถใช้เสียงสะท้อนระบุตำแหน่งที่ตั้งได้

แต่หลักฐานใหม่เมื่อไม่นานมานี้สนับสนุนการจำแนกอันดับออกเป็นอันดับย่อย Yinpterochiroptera และ
Yangochiroptera

โดยจัดค้างคาวผลไม้บางกลุ่มรวมกับค้างคาวกินแมลงหลายชนิดในอันดับย่อยแรก ค้างคาวจำนวนมากกินแมลง
และส่วนใหญ่ที่เหลือจะกินผลไม้

จะมีอยู่บางชนิดที่กินสัตว์อื่นเป็นอาหารแทนแมลง เช่น ค้างคาวแวมไพร์ที่กินเลือด เพราะส่วนใหญ่แล้วพวกมัน
เป็นสัตว์ที่ออกหากินในเฉพาะเวลาตอนกลางคืน

และส่วนใหญ่ในจำนวนนี้ก็เกาะอาศัยอยู่ในถ้ำหรือที่พักอื่น สามารถพบได้ทั่วโลกยกเว้นในบางบริเวณที่หนาวจัด
ค้างคาวเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบนิเวศในการผสมเกสรดอกไม้

และกระจายเมล็ดของดอกไม้ไปตามที่ต่าง ๆ พืชเขตร้อนจำนวนมากต้องพึ่งพาค้างคาวเหล่านี้ในการผสมเกสรและ
การกระจายเมล็ดมูลค้างคาวสามารถนำมาทำเป็นปุ๋ยขี้นกได้ แต่มันก็ยังเป็นพาหะธรรมชาติของจุลชีพก่อโรคหลายชนิด…

สัตว์กินพืช

sheep ประวัติ ความเป็นมา ของเจ้า ” แกะ “

แกะ เป็นสัตว์เคี้ยวเอื้อง เป็น สัตว์กินพืช และหญ้าเป็นหลัก มีขนที่มีความหนาฟู เป็นสัตว์ที่ออกลูกเป็นตัวและเลี้ยงลูกด้วยนม
แกะบางพื้นที่กินดอกไม้และแมลงบางชนิดเป็นอาหาร

เช่น แกะภูเขา ส่วนใหญ่ มักจะอยู่รวมกันเป็นฝูงขนาดกลางจนถึงขนาดใหญ่ มีถิ่นที่อยู่อาศัยอยู่ตามพื้นที่ ที่มีอากาศหนาวเย็น
แถบภูเขาและพื้นที่ราบโล่ง เช่น ประเทศนิวซีแลนด์ และประเทศออสเตรเลีย อเมริกาตอนกลาง และตอนใต้ของประเทศแคนาดา

โดยมีการกระจายอยู่ตลอดแถบประเทศในพื้นที่เขตหนาว ในโลกมีมากกว่า 200 สายพันธุ์ โดยมีตั้งแต่สายพันธุ์ดังเดิมจนถึง
สายใหม่ที่ถูกผสมพันธุ์โดยธรรมชาติ และสายพันธุ์ที่มนุษย์พัฒนาเพื่อเพิ่มคุณภาพของการใช้งานผลิตภัณฑ์ เช่น ขนสัตว์, เนื้อ, นม

ประเภทของแกะ
แบ่งออกเป็นหลายประเภท โดยแบ่งแยกตามกะโหลกศีรษะ มีอยู่เป็น 2 แบบ

1. กะโหลกแบบมีเขางอก เป็นแกะในจำพวกแกะภูเขา และแกะที่มีลักษณะขนสั้นแต่ใหญ่ เพื่อใช้ในการต่อสู้และป้องกันตัวตามธรรมชาติ
2. กะโหลกเล็กไม่มีเขางอก เป็นแกะบ้านเหมาะสำหรับการเลี้ยง เอาเนื้อ นม ขนไปใช้ มีหลากหลายพันธุ์ทั้งแบบขาวนวลและดำนวล
โดยภายหลังมีการผสมได้สายพันธุ์ใหม่ๆ อีกมากมาย…

” ปลาบอลลูน ” ปลาสวยน่าเลี้ยง

ปลาบอลลูน ชื่อวิทยาศาสตร์ : Barbus conchonius แหล่งกำเนิด : อินเดีย แคว้นแบนกัลและก็อัสสัม ขนาดเฉลี่ย :
14 เซนติเมตร อุณหภูมิของน้ำ : 22 – 28 C pH
ของน้ำ : 7-7.2 นิสัย : รักสงบ ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง
ตระหนกตกใจง่ายการขยายพันธุ์: ตกไข่ การเลี้ยง : ปานกลาง อาหาร : สดและสำเร็จรูป

ปลาบอลลูน

เป็นปลาเครือญาติปลาสอด ประวัติไม่ทราบว่าคนใดเป็นคนสร้างขึ้นมาคนแรก
ตอนผมสิบกว่าขวบก็มีแล้วขณะนี้ก็จะห้าสิบแล้วตอนแรก
เป็น ปลา ที่ละลานตามากมาย
เป็นปลาสอดมิดไนท์สีดำมีอีกทั้งจำพวกหางบ่วงรวมทั้งหางดาบคาดว่าเป็นปลา
ที่ผสมกันใกล้ชิดมากเกิดอาการตัวสั้น
แล้วเก็บรวบรวมหลายคอกผสมถัดมา
เรื่อยต่อมาก็จะมีออกมาหลายอย่าง ทั้งยังสอดแดงมอลลี่ เซลฟิล จนกระทั่งมาถึงตอนนี้
กรรมวิธีการเลี้ยงก็ราวกับปลาสอดทั่วๆไป
แม้กระนั้นด้วยเหตุว่าปลาที่มีลำตัวสั้นไม่ชอบน้ำกระเพื่อม
การออกลูกเป็นตัวก็จะมีการแท้งลูกในท้องรวมทั้งบางทีอาจตายได้ครับ

ปลาทอง

ปลาทอง ที่คนส่วนใหญ่นิยมเลี้ยง ถือว่าเป็นโชค

ปลาทอง มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีนและญี่ปุ่น และต่อมาได้ถูกนำไปเลี้ยงในยุโรปเมื่อศตวรรษที่ 17
ในที่สุดก็ถูกนำไปเผยแพร่ในประเทศอเมริกา ในศตวรรษที่ 19 ชาวจีนและชาวญี่ปุ่นรู้จักผสมพันธ์ปลาทองมานานแล้ว

และได้ปลาทองลูกผสมที่มีความน่าสนใจ มีสีหลากหลายตั้งแต่สีแดง สีทอง สีส้ม สีเทา สีดำและสีขาว
แม้กระทั่งปลาทองสารพัดสีในตัวเดียวกัน

ปลาทองมีชีวิตอยู่ได้ตามแหล่งธรรมชาติทั่วไป จนมีชาวจีนบางคน ได้จับมาเลี้ยงตามบ่อน้ำ เพราะมันดูน่าตาสวยดี
มีสีสันที่ดูแล้วแปลกตา

มันสร้างความเพลิดเพลินใจได้เป็นอย่างดี จากนั้นก็เลี้ยงสืบต่อกันมาเรื่อย ๆ ทำให้มีการ แปรผันผันแปร
และพัฒนาพันธุ์เรื่อยมา ประกอบกับความนิยมเลี้ยงที่มีมากขึ้นเรื่อย ๆ

ทำให้ปลาทองที่เลี้ยงมีรูปร่างหน้าตาเปลี่ยนแปรงไป เช่น เมื่อก่อน ปลาทองจะหาอาหารตามบ่อน้ำธรรมชาติเพื่อเลี้ยงชีวิตของมันเอง
ซึ่งต้องออกเรี่ยวออกแรงไขมันส่วนเกินก็ไม่มีหุ่นก็เพรียวลม

หลังจากที่ได้ย้ายมาอยู่ตามบ่อเลี้ยง อาหารปลาก็ถูกนำมาเสริฟกันถึงขอบบ่อ แถมเสริฟเป็นเวลาซะด้วย
ทำให้ปลาทองบางตัวพุงป่องดูอ้วนตุ้ยนุ้ย

ปลาทองถูกมนุษย์เลี้ยงมาตั้งแต่อดีต ประมาณ พ.ศ. 1161-1450 หรือนับเป็นพันปีมาแล้ว

ปลาทองในธรรมชาติที่ไม่ได้ถูกมนุษย์นำมาเลี้ยงนั้นก็ได้พัฒนาตัวมันเอง ทำมาหากินตามธรรมชาติ
และก็ได้สืบทอดสายพันธ์กันมาจนถึงปัจจุบัน

ก็แทบจะเป็นคนละปลาเดียวกันกับปลาทองของวันนี้เลย เพราะเมื่อพิจารณาดูจะพบว่าปลาใน ปลาตะเพียนทั้งหลาย
ต่างก็อยู่ในเทือกเขาเหล่าตระกูลเดียวกันกับปลาทอง คือ FAMILY CYYPRNDAE