ค้างคาว

ค้างคาว เป็น สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ชนิดเดียวที่บินได้ !!!

ค้างคาว เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมในอันดับ Chiroptera และเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ชนิดเดียวที่บินได้
ค้างคาวขนาดเล็กที่สุด คือ ค้างคาวคุณกิตติ

ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กที่สุดด้วย มีลำตัวที่ยาวเพียงแค่ 29–34 มิลลิเมตร
เมื่อกางปีกออกมีความยาว 15 เซนติเมตร

และหนัก 2–2.9 กรัม ค้างคาวขนาดใหญ่ที่สุด คือ ค้างคาวในสกุล Pteropus และ Acerodon jubatus
ซึ่งหนักได้ถึง 1.6 กก. และมีความยาวตลอดปีกที่ 1.7 เมตร

ค้างคาวได้รับการจำแนกออกเป็นสองอันดับย่อยโดยดั้งเดิม ได้แก่ ค้างคาวกินผลไม้ที่เป็นส่วนใหญ่
และค้างคาวกินแมลงที่สามารถใช้เสียงสะท้อนระบุตำแหน่งที่ตั้งได้

แต่หลักฐานใหม่เมื่อไม่นานมานี้สนับสนุนการจำแนกอันดับออกเป็นอันดับย่อย Yinpterochiroptera และ
Yangochiroptera

โดยจัดค้างคาวผลไม้บางกลุ่มรวมกับค้างคาวกินแมลงหลายชนิดในอันดับย่อยแรก ค้างคาวจำนวนมากกินแมลง
และส่วนใหญ่ที่เหลือจะกินผลไม้

จะมีอยู่บางชนิดที่กินสัตว์อื่นเป็นอาหารแทนแมลง เช่น ค้างคาวแวมไพร์ที่กินเลือด เพราะส่วนใหญ่แล้วพวกมัน
เป็นสัตว์ที่ออกหากินในเฉพาะเวลาตอนกลางคืน

และส่วนใหญ่ในจำนวนนี้ก็เกาะอาศัยอยู่ในถ้ำหรือที่พักอื่น สามารถพบได้ทั่วโลกยกเว้นในบางบริเวณที่หนาวจัด
ค้างคาวเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบนิเวศในการผสมเกสรดอกไม้

และกระจายเมล็ดของดอกไม้ไปตามที่ต่าง ๆ พืชเขตร้อนจำนวนมากต้องพึ่งพาค้างคาวเหล่านี้ในการผสมเกสรและ
การกระจายเมล็ดมูลค้างคาวสามารถนำมาทำเป็นปุ๋ยขี้นกได้ แต่มันก็ยังเป็นพาหะธรรมชาติของจุลชีพก่อโรคหลายชนิด…

สัตว์กินพืช

sheep ประวัติ ความเป็นมา ของเจ้า ” แกะ “

แกะ เป็นสัตว์เคี้ยวเอื้อง เป็น สัตว์กินพืช และหญ้าเป็นหลัก มีขนที่มีความหนาฟู เป็นสัตว์ที่ออกลูกเป็นตัวและเลี้ยงลูกด้วยนม
แกะบางพื้นที่กินดอกไม้และแมลงบางชนิดเป็นอาหาร

เช่น แกะภูเขา ส่วนใหญ่ มักจะอยู่รวมกันเป็นฝูงขนาดกลางจนถึงขนาดใหญ่ มีถิ่นที่อยู่อาศัยอยู่ตามพื้นที่ ที่มีอากาศหนาวเย็น
แถบภูเขาและพื้นที่ราบโล่ง เช่น ประเทศนิวซีแลนด์ และประเทศออสเตรเลีย อเมริกาตอนกลาง และตอนใต้ของประเทศแคนาดา

โดยมีการกระจายอยู่ตลอดแถบประเทศในพื้นที่เขตหนาว ในโลกมีมากกว่า 200 สายพันธุ์ โดยมีตั้งแต่สายพันธุ์ดังเดิมจนถึง
สายใหม่ที่ถูกผสมพันธุ์โดยธรรมชาติ และสายพันธุ์ที่มนุษย์พัฒนาเพื่อเพิ่มคุณภาพของการใช้งานผลิตภัณฑ์ เช่น ขนสัตว์, เนื้อ, นม

ประเภทของแกะ
แบ่งออกเป็นหลายประเภท โดยแบ่งแยกตามกะโหลกศีรษะ มีอยู่เป็น 2 แบบ

1. กะโหลกแบบมีเขางอก เป็นแกะในจำพวกแกะภูเขา และแกะที่มีลักษณะขนสั้นแต่ใหญ่ เพื่อใช้ในการต่อสู้และป้องกันตัวตามธรรมชาติ
2. กะโหลกเล็กไม่มีเขางอก เป็นแกะบ้านเหมาะสำหรับการเลี้ยง เอาเนื้อ นม ขนไปใช้ มีหลากหลายพันธุ์ทั้งแบบขาวนวลและดำนวล
โดยภายหลังมีการผสมได้สายพันธุ์ใหม่ๆ อีกมากมาย…

” ปลาบอลลูน ” ปลาสวยน่าเลี้ยง

ปลาบอลลูน ชื่อวิทยาศาสตร์ : Barbus conchonius แหล่งกำเนิด : อินเดีย แคว้นแบนกัลและก็อัสสัม ขนาดเฉลี่ย :
14 เซนติเมตร อุณหภูมิของน้ำ : 22 – 28 C pH
ของน้ำ : 7-7.2 นิสัย : รักสงบ ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง
ตระหนกตกใจง่ายการขยายพันธุ์: ตกไข่ การเลี้ยง : ปานกลาง อาหาร : สดและสำเร็จรูป

ปลาบอลลูน

เป็นปลาเครือญาติปลาสอด ประวัติไม่ทราบว่าคนใดเป็นคนสร้างขึ้นมาคนแรก
ตอนผมสิบกว่าขวบก็มีแล้วขณะนี้ก็จะห้าสิบแล้วตอนแรก
เป็น ปลา ที่ละลานตามากมาย
เป็นปลาสอดมิดไนท์สีดำมีอีกทั้งจำพวกหางบ่วงรวมทั้งหางดาบคาดว่าเป็นปลา
ที่ผสมกันใกล้ชิดมากเกิดอาการตัวสั้น
แล้วเก็บรวบรวมหลายคอกผสมถัดมา
เรื่อยต่อมาก็จะมีออกมาหลายอย่าง ทั้งยังสอดแดงมอลลี่ เซลฟิล จนกระทั่งมาถึงตอนนี้
กรรมวิธีการเลี้ยงก็ราวกับปลาสอดทั่วๆไป
แม้กระนั้นด้วยเหตุว่าปลาที่มีลำตัวสั้นไม่ชอบน้ำกระเพื่อม
การออกลูกเป็นตัวก็จะมีการแท้งลูกในท้องรวมทั้งบางทีอาจตายได้ครับ

ปลาทอง

ปลาทอง ที่คนส่วนใหญ่นิยมเลี้ยง ถือว่าเป็นโชค

ปลาทอง มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีนและญี่ปุ่น และต่อมาได้ถูกนำไปเลี้ยงในยุโรปเมื่อศตวรรษที่ 17
ในที่สุดก็ถูกนำไปเผยแพร่ในประเทศอเมริกา ในศตวรรษที่ 19 ชาวจีนและชาวญี่ปุ่นรู้จักผสมพันธ์ปลาทองมานานแล้ว

และได้ปลาทองลูกผสมที่มีความน่าสนใจ มีสีหลากหลายตั้งแต่สีแดง สีทอง สีส้ม สีเทา สีดำและสีขาว
แม้กระทั่งปลาทองสารพัดสีในตัวเดียวกัน

ปลาทองมีชีวิตอยู่ได้ตามแหล่งธรรมชาติทั่วไป จนมีชาวจีนบางคน ได้จับมาเลี้ยงตามบ่อน้ำ เพราะมันดูน่าตาสวยดี
มีสีสันที่ดูแล้วแปลกตา

มันสร้างความเพลิดเพลินใจได้เป็นอย่างดี จากนั้นก็เลี้ยงสืบต่อกันมาเรื่อย ๆ ทำให้มีการ แปรผันผันแปร
และพัฒนาพันธุ์เรื่อยมา ประกอบกับความนิยมเลี้ยงที่มีมากขึ้นเรื่อย ๆ

ทำให้ปลาทองที่เลี้ยงมีรูปร่างหน้าตาเปลี่ยนแปรงไป เช่น เมื่อก่อน ปลาทองจะหาอาหารตามบ่อน้ำธรรมชาติเพื่อเลี้ยงชีวิตของมันเอง
ซึ่งต้องออกเรี่ยวออกแรงไขมันส่วนเกินก็ไม่มีหุ่นก็เพรียวลม

หลังจากที่ได้ย้ายมาอยู่ตามบ่อเลี้ยง อาหารปลาก็ถูกนำมาเสริฟกันถึงขอบบ่อ แถมเสริฟเป็นเวลาซะด้วย
ทำให้ปลาทองบางตัวพุงป่องดูอ้วนตุ้ยนุ้ย

ปลาทองถูกมนุษย์เลี้ยงมาตั้งแต่อดีต ประมาณ พ.ศ. 1161-1450 หรือนับเป็นพันปีมาแล้ว

ปลาทองในธรรมชาติที่ไม่ได้ถูกมนุษย์นำมาเลี้ยงนั้นก็ได้พัฒนาตัวมันเอง ทำมาหากินตามธรรมชาติ
และก็ได้สืบทอดสายพันธ์กันมาจนถึงปัจจุบัน

ก็แทบจะเป็นคนละปลาเดียวกันกับปลาทองของวันนี้เลย เพราะเมื่อพิจารณาดูจะพบว่าปลาใน ปลาตะเพียนทั้งหลาย
ต่างก็อยู่ในเทือกเขาเหล่าตระกูลเดียวกันกับปลาทอง คือ FAMILY CYYPRNDAE

บอร์เดอร์ 

บอร์เดอร์ คอลลี่ border collie สัตว์เลี้ยงแสนรู้

สุนัขพันธุ์ บอร์เดอร์ คอลลี่ เป็นหมาที่เฉลี่ยวฉลาด มีไหวพริบ เหมาะกับการเลี้ยงในชนบท หากไม่มีกิจกรรมให้เขาทำ
เขาจะไม่มีความสุขและก็มีพฤติกรรมที่น่าแปลกได้อย่างรวดเร็ว

พวกเขาดูเหมือน ออสเตรเลี่ยน แชพเพิร์ดฉบับน้ำหนักเบา แต่แทนที่จะมีลักษณะหางสั้น (Bobtail) ของออสซี่ บอร์เดอร์
คอลลี่มีหางพริ้วเหมือนขนนก

หัวมีลักษณะเหมือนคอลลี่ และลำตัวยากว่าความสูงเล็กน้อย หูตั้งแต่ช่วงปลายจะตกลง ทำให้เขาดูเบิกบานใจขึ้น

คอลลี่บางตัวมีขนหยาบยาวโดยประมาณ นิ้ว ในขณะที่บางตัวมีขนมันยาวประมาณ นิ้ว ขนมีหลายสีตั้งแต่
ดำและขาว แดงและขาว ดำและก็เทา ดำทั้งตัว

และแบบสามสี ในคอลลี่ชนิดขนยาวมักจะมีแผงขนที่คอและหาง

สุนัขพันธุ์บอร์เดอร์ คอลลี่ มีนิสัยเป็นสุนัขที่กระตือรือล้น ชอบทำงาน เหมาะกับการเลี้ยงในต่างจังหวัด ถ้าเกิดว่า
ไม่มี
กิจกรรมให้เขาทำ เขาจะไม่มีความสุขรวม เขาฉลาดหลักแหลมมาก ทำความเข้าใจเร็ว รวมทั้งสนองตอบต่อคำชมเชย

เนื่องจากมีสัญชาตญาณของสุนัขต้อนฝูงสัตว์ เขาจึงปกป้องครอบครัวและถิ่นของเขาได้ดี เป็นสุนัขเฝ้ายามที่ยอดเยี่ยม
เขาจะดูแลเด็กในครอบครัว

ถึงแม้ว่าเขาเข้าได้ดีกับเด็กหรือสัตว์เลี้ยงอื่นในครอบครัวที่เลี้ยงมาด้วยกัน แต่ว่าเขาควรแยกเขาจากคนแปลกหน้า
เพราะเขาอาจกัดข้อเท้าเช่นเดียวกับที่เขาทำเวลาต้อนฝูงแกะได้

บอร์เดอร์ คอลลี่ เป็นสุนัขที่กระตือรือล้นมาก และต้องมีโอกาสได้รับการออกกำลังกายอย่างมาก พวกเขาชอบที่จะวิ่ง
เขายังต้องการความรักและเอาใจใส่จากเจ้าของพอประมาณและควรหางานให้เขาทำ ไม่ว่าจะเป็นการต้อนฝูงสัตว์หรือว่าไล่จับลูกบอล

ควรฝึกการเข้าสังคมให้กับเขาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก เพื่อป้องกันไม่เขาขี้อายต่อคนแปลกหน้า และเขาควรที่จะได้รับการฝึกให้เชื่อฟัง
เพื่อช่วยลดพฤติกรรมการงับคนอื่น และแนวโน้มที่จะวิ่งเตลิดไปหรือว่าไล่ตามรถยนต์

บอร์เดอร์ คอลลี่ จัดอยู่ในกลุ่มสุนัขที่มีการผลัดขนปานกลาง การแปรงขนอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งจะช่วยให้ขนมีสุขภาพดี
สุนัขพันธุ์นี้มีอายุขัยเฉลี่ยประมาณ 12 – 15 ปี…

ม้าน้ำ

ประวัติ ” ม้าน้ำ ” ที่มีชื่อขึ้นต้นว่า ม้า แต่ที่จริงแล้วมันคือ ปลา

ม้าน้ำ เป็นสัตว์น้ำ เป็นปลากระดูกแข็งที่อาศัยอยู่ในทะเลจำพวกหนึ่ง

1. ม้าน้ำ เป็นปลา ที่มีรูปร่างลักษณะดูแปลกตากว่าปลาชนิดอื่นๆ คือ มันมีกระดูก หรือ ก้างเป็นเกราะห่อหุ้มอยู่นอกตัวแทนเกล็ด
ส่วนหางก็มีลักษณะเหมือนสัตว์เลื้อยคลาน

2. ปกติแล้ว มันมักจะว่ายน้ำเป็นลักษณะ ขึ้น ลง มากกว่าการว่ายไปมา ข้างหน้า ข้างหลัง

3. ความยาว เฉลี่ย ประมาณ 15 เซนติเมตร แต่บางละชนิดก็จะมีขนาดเล็ก เช่น ม้าน้ำจำพวก ม้าน้ำแคระ
จะมีความยาวเพียง 2.5 เซนติเมตร เท่านั้น

4. มีการแพร่กระจายพันธุ์ในทะเล เขตอบอุ่น ทั่วโลก แล้วยังพบได้ตามแหล่งน้ำกร่อย
เช่น ตามปากแม่น้ำต่าง ๆ เช่น ปากแม่น้ำเทมส์ ในประเทศอังกฤษ

5. พวกมันกินแพลงก์ตอนและสัตว์น้ำขนาดเล็กๆเป็นอาหาร

6. พวกมันสามารถปรับเปลี่ยนสีลำตัว ให้เข้ากับสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้ เพื่อในการอำพรางตัว

7. และถือว่ามันเป็นปลาที่ว่ายน้ำช้าที่สุดในโลก โดยว่ายได้เพียงแค่ 0.06 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น

8. ในปัจจุบันพบทั้งหมด 54 ชนิด

ส่วนม้าน้ำที่พบได้ในน่านน้ำไทยมีประมาณ 6 ชนิด ได้แก่ ม้าน้ำดำ , ม้าน้ำหนาม , ม้าน้ำสามจุด , ม้าน้ำแคระ , ม้าน้ำยักษ์ หรือ ม้าน้ำใหญ่ และ ม้าน้ำหนามขอ

9. ตัวผู้จะเป็นฝ่ายอุ้มท้อง โดยจะมีอวัยวะตรงบริเวณหน้าท้องคล้ายถุง ใช้สำหรับเก็บไข่และเพื่อการฟักเป็นตัว

10. ระยะเวลาการฟักเป็นตัว ใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ หรือ 1 เดือนแล้วแต่ชนิดอีกที

11. จำนวนไข่ที่ฟักในแต่ละครั้งจะมีประมาณ 100-200 ฟอง มากที่สุดคือ 1,500 ฟอง บางชนิด

12. มีระยะเวลาการตั้งท้องในแต่ละครั้งเว้นห่าง 28-30 วัน แต่ม้าน้ำตัวผู้บางตัวเมื่อออกลูกในตอนเช้า พอถึงตอนค่ำก็สามารถอุ้มท้องใหม่ได้เลยทันที

13. เป็นสัตว์ที่ออกลูกและสามารถขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว แต่จะมีเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้นที่เจริญเติบโตจนกลายเป็นตัวเต็มวัยในเวลาต่อมา

14. เมื่อคลอด ม้าน้ำตัวผู้จะบีบกล้ามเนื้อส่วนท้อง และพ่นลูกม้าน้ำทั้งหมด ออกจากกระเป๋าหน้าท้อง

15. โดยที่ม้าน้ำมีพฤติกรรมแบบคู่เดียวตลอดทั้งชีวิต กล่าวคือ จะจับคู่อยู่กันเพียงตัวเดียว หากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมีอันเป็นไป ก็จะไม่หาคู่ใหม่…

เจมส์บอค

เจมส์บอค Gemsbok ประวัติสัตว์ทวีปแอฟริกา

ออริค , เจมส์บอค Oryx, Gemsbok หรือมีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ Oryx gazella

ออริกซ์ หรือ เจมส์บอค เป็นสัตว์ที่มีลักษณะไม่เหมือนกันกับสัตว์ในตระกูลละมั่งมากที่สุด เหตุเพราะสัตว์ประเภทนี้มีลำตัวยาว
รวมทั้งมีเขาที่เรียวยาว และ ยังมีลวดลายบนบริเวณใบหน้าเป็นสีดำสลับขาวด้วย

นอกจากนี้ ยังมีผู้คนมากมายที่อยากได้เขาอันแสนสวยของสัตว์ชนิดนี้ ตามรูปแบบของแต่ละวัฒนธรรมและในสมัยกลางของอังกฤษ
ยังมีการขายเขาของสัตว์ประเภทนี้ในลักษณะเดียวกับเขายูนิคอร์นด้วย

ลำตัวของสัตว์ประเภทนี้มีลักษณะย่นสีเทา และมีลวดลายสีดำบริเวณข้างลำตัว ซึ่งจะเห็นเป็นสีที่ตัดกันอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ สัตว์ชนิดนี้ยังมีแถบสีดำขนาดใหญ่บริเวณขาส่วนบน มีลำตัวยาว มีหางเหมือนม้า

และทั้งตัวผู้แล้วก็ตัวเมียจะมีเขาที่สวยงาม แต่ว่าตัวผู้จะมีเขาที่สั้นกว่าแล้วก็หนากว่าตัวเมีย
ส่วนลูกจะไม่มีลวดลายสีดำตามลำตัว

 

ถิ่นที่อยู่อาศัยของ เจมส์บอค อยู่ที่แอฟริกาตะวันตกเฉียงใต้ แอฟริกาใต้ และซิมบับเว สัตว์ชนิดนี้ จะกินอาหารจำพวก ใบไม้
รากไม้ หัวพืช ต้นไม้ เปลือกไม้ ผลไม้

พวกมันมีพฤติกรรม มันชอบอยู่เป็นฝูง ประมาณ 10-40 ตัว โดยมักจะอยู่รวมกันกับแอนทีโลปชนิดอื่น ๆ หรือกับม้าลาย
สามารถอดน้ำและอาหารได้เป็นเวลานาน ๆ

วัยเจริญพันธุ์ ในช่วงผสมพันธุ์ตัวผู้จะเข้าไปไล่จับในฝูงตัวเมีย และในช่วงวัยรุ่นมันจะสร้างอาณานิคมของตนเอง
เพื่อผสมพันธุ์กับตัวเมีย และเข้าหาตัวเมีย

สัตว์ประเภทนี้ หากจะต้องตั้งท้องลูกตัวเมียจะมีเวลายาวนานกว่าลูกตัวผู้ถึง 2 ปี หรือประมาณ 264 วัน

มันมีขนาดลำตัวยาว 198-216 เซนติเมตร ตัวผู้มีน้ำหนัก 240 กิโลกรัม ตัวเมียมีน้ำหนัก 210 กิโลกรัม…

ยีราฟ

ยีราฟ Giraffe สัตว์โลกขวัญใจเด็กๆ

ยีราฟ หรือ Giraffe หรือมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ Giraffa camelopardalis เป็นสัตว์บกที่มีลำตัวสูงที่สุด
และยังมีคอที่ยาวมากอีกด้วย มีเขาทั้งในตัวผู้รวมทั้งตัวเมีย ไม่ผลัดเขา

เขามีขนปกคลุมอยู่ หนังมีขนสั้นสีน้ำตาล มีลายขาวแปลกตา ปากแล้วก็ลิ้นยาว ใช้ริมฝีปาก
และลิ้นม้วนวนจับใบไม้ได้ มีเต้านม 4 เต้า

ถิ่นที่อยู่อาศัย เจอเฉพาะในทวีปแอฟริกา แถบทุ่งหญ้าสะวันนา ทางตอนใต้ของทะเลทรายซาฮาร่า
ตั้งแต่ไนจีเรียไปจนจรดแม่น้ำออเรนจ์

ยีราฟพวกนี้จะไม่ชอบกินหญ้ามากเท่าไหร่ แต่ส่วนใหญ่จะกินเป็นจำพวกใบไม้มากกว่า
และชอบอาศัยอยู่ในท้องทุ่งที่เป็นพื้นที่กว้างๆ

อยู่รวมกันเป็นฝูง อยู่รวมกับสัตว์อื่นๆ เช่น ม้าลาย นกระจอกเทศ แอนติโลป
ยีราฟจะทำหน้าที่คอยเฝ้าระวังภัยอันตรายให้ และมันมีอายุเฉลี่ยโดยประมาณ 20-30 ปี…

 Squirrel 

Squirrel ประวัติกระรอกน้อยแสนน่ารัก

กระรอก Squirrel เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มีขนาดลำตัวเล็ก ขนปุกปุยปกคลุมทั่วทั้งร่ายกายอันน้อยของมัน
นัยตากลมโต มีหางเป็นพวงฟู จัดอยู่ในประเภทสัตว์ฟันแทะ

ตระกูลกระรอก  Squirrel  มี ตระกูลย่อย ตระกูล คือ Pteromyinae เช่น กระรอกบิน และตระกูล Sciurinae เช่น กระรอกต้นไม้,
กระรอกบินชิพมั้งค์ ในการเลี้ยงกระรอกทั้งสองชนิดนั้นก็ไม่มีอะไรแตกต่างมาก

กระรอกต้นไม้ เป็นกระรอกที่พบได้บ่อยเห็นได้บ่อยๆและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี มีหางยาวเป็นพวงสวยงาม
มีกรงเล็บแหลมคมมากและก็มีใบหูใหญ่กว่าชนิดอื่นๆบางชนิดมีปอยขนที่หู

ส่วนกระรอกบินนั้น จะมีพังผืดข้างลำตัว สำหรับกางเพื่อร่อนจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง มักเป็นการหากินในเวลากลางคืน
มีตาสะท้อนแสงไฟ กระรอกดิน มักจะมีรูปร่างสั้น

และล่ำสันกว่ากระรอกต้นไม้ทั่วไปเล็กน้อย มีขาหน้าแข็งแรงใช้ในการขุดดิน หางของกระรอกดินนั้นจะสั้นกว่าหางของกระรอกต้นไม้
และไม่ฟูเป็นพวงนัก

และเช่นเดียวกับสัตว์ฟันกัดแทะชนิดอื่นๆกระรอกจะมีนิ้วเท้าหลังข้างละ นิ้ว และ นิ้วเท้าหน้าข้างละ นิ้ว
ตรงส่วนที่น่าจะเป็นนิ้วโป้งจะกลายเป็นปุ่มนูนซึ่งถูกพัฒนาให้เหมาะสำหรับจับอาหารมาแทะ

กระรอกมีขนาดใหญ่เล็กต่างๆกันไปตามสายพันธุ์ และสามารถแบ่งตามขนาดได้ กลุ่ม คือ ขนาดใหญ่ อย่างเช่น พญากระรอก
ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเจออยู่เพียงแค่ ประเภท

คือ พญากระรอกดำ (Ratufa bicolor) และพญากระรอกเหลือง (Ratufa affinis) ซึ่งได้ถูกขึ้นบัญชีเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ขนาดกลาง
เช่น กระรอกหลากสี (Callosciurus finlaysoni) กระจ้อน (Menetes berdmorei) รวมทั้ง ขนาดเล็ก เช่น กระเล็น (กระถิก)
ซึ่งเป็นกระรอกที่เล็กที่สุดที่พบในประเทศไทย

นกพิราบขาว

นกพิราบขาว นกที่ดูสง่าและสวยงาม

นกพิราบขาว เป็นนกที่มีลักษณะของลำตัวที่มองสง่างามมาก

และก็เป็นนกที่มี การบิน การเดินที่ ว่องไวกระฉับกระเฉงคล่องแคล่ว ถ้าพวกเราได้สังเกต
ในเวลาการเดินของนกพิราบแล้วนั้นบอกได้คำเดียว ว่าดูแล้วสวย มากมาย

ในเวลาที่พวกมันกำลังเดินกันเป็นฝูงหรือเป็นกลุ่มใหญ่แล้วก็ที่สำคัญนกพิราบนั้นยังเป็นนกที่มีชื่อเสียงในเรื่องของการทำประโยชน์ให้
กับมนุษย์มาแล้วตั้งมากมาย ด้วยที่ว่านกพิราบนั้นเป็นนกที่มีความเชื่อแล้ว

และก็ยังเป็นนกที่มีความฉลาด รอบรู้ชั่งสังเกตจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมนกพิราบจึงสามารถช่วยงานให้กับ มนุษย์ได้หลากหลายอย่างได้
อย่างเช่น ใช้เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร

โดยการใช้นกพิราบคอยส่งจดหมายหรือข่าวสารจาก อีกที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งได้และก็ยังสามารถนำไปโชว์ตามงานแสดงต่างๆได้
เช่น การโชว์มายากล การโชว์ความสามารถของนกให้ทำในสิ่งต่างๆได้อีกด้วยเพื่อให้ผู้คนได้เข้ามาดู ความสามารถของพวกมัน

ทั้งนี้การแสดงต่างๆของนกพิราบนั้นถ้าหากจะใช้นกพิราบสายพันธุ์ธรรมดาๆเพื่อ ใช้ในการแสดงก็คงจะทำให้ดูแล้วไม่ค่อยน่าสนใจมากเท่าไหร่
ทั้งนี้ส่วนใหญ่แล้วการแสดงต่างๆที่จะต้องจำเป็นจะต้องมีนกพิราบใช้ในการ แสดงนั้น

จึงได้มีการหันมาใช้นกพิราบขาวแทน เนื่องจากนกพิราบขาวนั้นเป็นสายพันธุ์ที่มีการพัฒนามาจากสายพันธุ์ธรรมดาๆ ก่อนหน้านี้
และแต่ยังคงมีลักษณะและท่าทางที่เหมือนกับสายพันธ์เดิมอยู่เพียงแต่จะมีความ แตกต่างตรงที่สีของมัน

โดยนกพิราบขาวนั้นเป็นนกที่ยิ่งได้มองแล้วบอกได้คำเดียวเลย ว่าน่าหลงใหล และน่านำไปเลียงเป็นอย่างมาก
และยิ่งเป็นตัวผู้แล้วด้วยล่ะก็ยิ่งดีเลย

เพราะความแตกต่างระหว่างตัวผู้กับตัวเมียนั้นอยู่ที่ขนาดของลำตัวโดยตัวผู้ นั้นจะมีลำตัวที่ใหญ่กว่าตัวเมียอยู่เสมอและมีกะโหลกที่ใหญ่มากกว่าตัวเมีย
เช่นกัน และเมื่อเราได้เห็นภาพรวมของลักษณะของนกตัวผู้แล้วนั้นก็ยิ่งทำให้นกพิราบ ขาวที่ลักษณะที่ดียิ่งขึ้นและก็สวยยิ่งขึ้นอีกด้วย…